102 | ก่อนจะหมดไฟ
เอารูปมาให้ชมค่ะทริปสุดท้ายก่อนกลับมา ไม่เขียนนะค๊ะขี้เกียจค่ะแต่อยากรีบๆลง คาดว่าไม่ลงอีกเดือนนึงหมดไฟลงแน่นอน









098 | สวยงาม สับสน คิดถึง โหยหา บ้าๆบอๆ แล้วยกไหล่แบมือ
ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเขียนอะไรนะแต่อยากเขียนเยอะๆจะไม่ใช้คำยากๆด้วยไม่เปรียบไม่สร้างอะไรทั้งนั้น พูดยากเริ่มยากแต่หวังว่าอีก3ปีกูมาอ่านเรื่องของกูแล้วกูจะรักกูในวันนี้ ฮ่าๆตอนนี้กูยังอยู่อังกิดอยู่
อีกแค่ 8 วันกูจะได้กลับบ้านแล้ว คิดถึงคิดถึงบ้านจริงๆมากๆคิดถึงเพื่อนคิดถึงอากาศร้อนๆแต่หอมๆเย็นๆ คิดถึงหมา คิดถึงแม่ อยากกินแก้วด้วยแค่8วัน แต่เหมือนกับจะทนไม่ไหว อยู่ที่นี่ได้เจออะไรเยอะได้
ลำบากได้เห็นโลกกว้างได้เที่ยวเยอะเจอไรที่ไม่เคยเจอ แต่คำถามมันฟุ้งมาก กูเดินมาถึงอีกแล้วถึงอีกจุดอีกแล้วจุดที่มันต้องเปลี่ยน (กลังฟังเพลงไปด้วยเปิดวนเพลงรักโลกาภิวัฒน์ เพราะจังน่ารักมากด้วย)
ตอนม3 ก็ต้องเปลี่ยน เปลี่ยนไปขึ้นม4 แต่ก็ไม่ต่างมาก แค่ไปเจอเด็กเรียนเต็มห้อง เด็กเรียนที่่โง่ ฮ่าๆ จบม6ก็ยังสนุกอยู่ ไปเจอกับชีวิตแบบใหม่ แบบอิสระสุดๆ สนุกสุดๆแต่ไม่เหี้ยสุดๆ จบมหาลัยก็มานี่
ซึ่งก็คิดว่ามันก็สนุกอยู่ แต่จริงๆไม่สนุกเท่าไหร่ เฮ้อ ขอย้อนไปฟังม3 ถึงมหาลัยใหม่ได้มั้ย วนไปเรื่อยๆ เพราะมันเพราะยั่งกะรักโลกาภิวัฒน์ ที่นี่อาทิดที่แล้วพวกพี่ๆถาปัดพาไปเลี้ยง ก็มี พี่ตั้ม พี่ต้ำ รุ่น10 พี่ก้อย
พี่บ๊อบ พี่เก่ง รุ่น 11 แล้วก็มีพี่จุ๊ รุ่น 12 อีกคนนึง แล้วก็กู กะ เอม พี่ๆเรียกว่า เลี้ยงลาคนขี้แพ้ กูแพ้ที่ทำลอนดอนไม่สำเร็จ กูก็ไม่รู้ว่ามันต้องยั่งไงถึงสำเร็จ เรียนจบโทมั้ง ล้างจานอีกปี จบโทแล้วก็หางานทำที่นี่
ได้เงินเดือนซัก 8หมื่นบาทได้มั่ง แล้วก็ไปเที่ยวทั่วยุโรป ทำงานๆๆๆ เก็บเงินๆๆๆ เฮ้อ ชีวิตมันน่าเบื่อจังวะ กลัวจัง กลัวชีวิตแบบนี้จัง อยากวาดรูปไปสูบบุหรี่ไป จิบเบียร์เย็นๆ มองไปนอกหน้าต่างเจอทะเล
หันหลังมางานตัวเองเต็มห้องแล้วก็มีเพื่อนๆมาหาพอดี ก็เลยไปนั่งกินเบียกันใต้ต้นมะพร้าว แล้วก็เมามากจนพูดเรื่องดวงดาว ความรัก แล้วก็ มารี อังตัวเนต กับเพื่อนที่ช่างมีข้อมูลและรักเสียงลมเสียงนก ได้เปิด
ได้เจอความคิดใหม่ๆ จากคนเก่าๆ เพราะกูเป็นหอยไรไม่รู้ ถึงตอนนี้คง20ปีแล้วมั้ง ทำไมขี้อายไม่หายซักที วิธีเขียนอะไรแบบนี้คือต้องไม่ย้อนกลับไปอ่านไม่ตรวจสอบ ไม่สนใจกฎเกณอะไรทั้งนั้น ฮ่าๆสนุกจัง
มีอะไรแบบนี้ก็ดีนะบ่นเขียนจด แล้วก็มีคนซัก8-9คนมาอ่าน แต่ไอแบบไฮ5 ไรงั้นก็ดูจะวัยรุ่นไปหน่อย เปิดดูตลกดี ผู้หญิงทุกคนต้องเอาหน้าไปใกล้ๆกล้องแล้วก็ทำตาโตๆแก้มป่องๆปากจุ๋ ก็น่ารักดี้ ฮ่าๆ
093 | Glastonbury, Around London, Scotland [Edinburgh,Loch ness], Emirates Stadium
I have only 2 months left to stay here. It's my very last period to explore this country so I've tried to go to everywhere I could. This story I'm going to describe all places where I've been in order.
First It was Glastonbury , where's famous as music festival, but I didn't go there on that time because I just wanted to go there to เยี่ยมพี่หนุ่ม, who was my boss and also best friend ในอังกฤษ. He invited me to visit him for a long time until that time, it was my last period I was a single ก่อนที่น้องเอมจะมาในอีก 1week later. therefore I decided to go there เพื่อเที่ยวดื่มกินหัวหกก้นขวิดเป็นทริปสุดท้าย. I went there by coach which was the cheapest way to visit Glastonbury and stayed with pNoom. It's all free because pNoom supported me everything. I spent just 20 ปอนด์ on poker lol.

It was sleeting and that was the first time I saw sleet. I knew, there were sleet in Khon Kaen too but I'd never seen before.

1 minute later everywhere was covered by sleet

close look at sleet , look like เม็ดสาคู น่ารักมาก

และนี่คือตู้เย็นของพวกเราคับ อากาศหนาวมากๆ I thought less than 5 degree แค่เอาไปวาง ไว้นอกหน้าต่างแบบนี้ปมาน 1/2 ชม ก็กลายเป็นวุ้นแล้วคับประหยัดพลังงานจริงๆ
083 | London-Zurich-Interlaken-Luzern-Bern-London
When I first came to London , I'd a new dream that I'd travel around Europe. At that moment Italy and France were my most wanted. After six months in London dream came true, I've gone to European countries. I went to Switzerland on passed Christmas. We chose Switzerland because anyone who hold British Visa doesn't need Swiss Visa , We can get through Switzerland easily and it's the last year for this rule [ if it's the fact ]. It was a great decision.
I went there with Pum,Palm,Kate,Oat ,They study in the same college as my except Oat who studies in King's College.WOW !

First of all I had to worked for 15 days to earn the money. It was a terrible period , I worked 7 days a week no day off , it drove me crazy. Every moment passed away slowly. I thought I could stop the time. however in the end I could passed it and I'd got more than 300 pounds on my hand.
The first day.
We flew to Switzerland from London City Airport normally we fly to anywhere in the world from Heathrow where is the largest airport in the UK but our flight was different because the plane was very small , there were just 60 seats. It was look like private jet anyway we flew from there.

At that moment there were hundreds of peoples , The airport was compact and hectic there was no space to stood. I thought it was the worst airport I've ever met. What do you think London is , What do you think its airport should be , What do you expect , so do I. There was a problem when I checked in instead of no check in point and the check in machines were broke down also , all airport officers were aggressive. it was terrible and I deserved more. It wasn't the European standard I'd expected.

Look at this !! The latest technology to specified the destination , checked in mathar focker !!
081 | My first match at Stamford Bridge
ในที่สุดก็ได้ดูซะทีไม่ง่ายเลยการจะดูบอลที่นี่แม้แต่ดูในทีวี ถ้าจะดูในทีวีต้องเสียเงินราวๆเดือนละ 20 ปอนด แล้วแต่เครือข่าย กูเลยดูผ่านเนตเอาจนโดนคนที่ไทยแซวว่ามาอยู่ถึงนี่แต่ได้ดูบอลช้ากว่าที่ไทยอีก เพราะกูดูจากยูบีซีแหละ ฮ่าๆ จริงๆกูไม่ได้เป็นคนบ้าบอลมาแต่เด็กนะเพิ่งมาหัดดูได้ซักปีหละเริ่มจากดูหนังเรื่องโกลหนังดีที่ทำให้กูชอบบอล พอดูแล้วหลงไหลติดงอมแงม อย่างว่าเด็กเหี้ยช้าจะเหี้ยกว่าเด็กเหี้ยตั้งแต่เกิด เช่นเหี้ยตอนมหาลัยมักเรียนทนโง่กร่างเปรี้ยวเก๋าไม่เข้าท่า กูก็เข้าข่ายนี้ ต้องคอยดูสกอร์เช็คตาราง อ่านความเคลื่อนไหวอยู่ทุกวัน คิดแล้วตลกดี อย่างว่า พุทธทาสบอกไว้ ร่างกายเป็นรูปธรรม จับต้องได้ยังไม่เที่ยงแท้ แล้วใจที่เป็นนามธรรมหละ วันนี้ชอบสีแดงแหยงสีเขียว พรุ่งนี้อาจชอบสีเขียวเกลียดสีเหลือง ฟังแบลคอยู่ดีๆ คลั่งเรกเก้ไปได้
กูก็ยังไม่รู้ว่าทำไมพอเริ่มดูบอลก็เชียรเชลซีไม่ได้รู้ว่ามันเก่งไม่รู้ว่ามันได้แชมปมา 2 ปีซ้อนไรเลยนะ แค่เบื่อทีมที่มีคนเชียมากๆ เลยหนีมาเชียทีมเงียบๆ กลายเป็นว่าเป็นทอป 3-4 เฉยแต่พอชอบแล้วเชียแล้วมันก็ฝังใจคราวนี้กลายเป็นรักไป คนที่ดูบอลจะรู้ว่าไม่มีทางเลยที่เชียทีมนึงแล้วจะเปลี่ยนไปเชียรอีกทีมได้มันก็แปลกดีเหมือนกัน ซิกมุนด์ ฟรอยด์ แถลงไว้ว่า การเชียกีฬาคือการแสดงออกซึ่งความก้าวร้าวความอยากเอาชนะของตัวตน ทีมที่เชียรเป็นเพียงสิ่งสมมุติ เพื่อสร้างสถานการณ์ในการเอาชนะผู้อื่นเท่านั้น น่าสนใจเนอะ เพราะมนุษย์ไม่สามารถเดินไปใช้หินแหลมคมทุบแทง ไม่นับใส่คนอื่นได้เหมือนสมัยยุคหิน ความก้าวร้าวบางอย่างในใจจึงต้องหาทางออกให้ตัวมันเองคำตอบที่มนุษย์ซักครึ่งโลกเลือก คือ ฟุตบอล
กูฝันไว้ว่าวันนึงจะได้ไปอังกิดไปนั่งดูบอลในแสตมฟอรดบริดจ (ฝันไว้ 1 ปี) ไปลิเวอพูลตามรอย เดอะบีทเทิ้ล (ฝันไว้ 10 ปี) ตอนนี้ฝันเป็นจริงมาอย่างละเร็วเกินคาดมาก
อันดับแรกต้องซื้อตั๋วก่อนพลาดไปหลายครั้งครั้งนี้เลยเน้นๆ เอาชัวรๆ เริ่มแรกเชคในเว็บไซท์เชลซีพอเห็นว่าไม่เป็นเมมเบอรซื้อได้ก็รีบจดวัน พอถึงวันก็โทรไปถามที่สนามเค้าก็ยืนยันมาว่าซื้อได้ไม่ต้องเป็นเมมเบอรยังมีเหลือขายอยู่ราคาอยู่ที่ 37 ปอนด กับ 43 ปอนด ก็โอเชไม่แพงน่านักวันต่อมาก็รีบไปซื้อที่สนามเลย ก็ต้องอึ้ง เพราะกลายเป็นราคา 65 ปอนด ซะงั้น แถมได้นั่งชั้นบน ไม่ได้นั่งใกล้ๆนักเตะ ก็อึ้งอยู่ 10วินาที คนขายก็ถามว่าเอาไงจ๊ะ กูก็เลยซื้อ เมี่ยงเลย 65 ปอนด เต็มๆ

ถือว่าเป็นแมทชพอใช้เตะกะเอฟเวอรตันรายการพรีเมียด้วย

บรรยากาศตอนลงจากทู๊บเดินทางสู่แสตมฟอรดบริดจคนเยอะมากๆต้องยอมรับระบบขนส่งมวลชนมันจริงๆคนเยอะมากๆแต่ก็ลำเลียงมาได้หมด

ในระหว่างทางเดินไปนี้จะมีคนมาขายของเกี่ยวกับสโมสรเยอะมากทั้งหนังสือเสื้อผ้ากูม่ได้แวะเลยจิตใจอยู่ที่สนามอย่างเดียวเดินดุ่มๆ




